หน้าเว็บ

11.18.2558

ประกวดคัดลายมือภาษาเกาหลี งาน Thailand Korean Friendship Festival 2015

เมื่อวันเสาร์ที่ 14 พ.ย. 58 ที่ผ่านมา เราได้ไปร่วมแข่งขันประกวดคัดลายมือภาษาเกาหลีที่งานนี้ค่ะ "Thailand Korean Friendship Festival 2015" ที่ Central World ซึ่งจัดโดย K.T.C.C.

งานนี้มีกิจกรรม แล้วก็งานแสดงโชว์ต่างๆ มีศิลปินนักร้อง นักแสดงทั้งไทย และเกาหลีมาร่วมงาน Miss Korea ก็มา โค้ชเชก็มาโชว์ด้วย อิ่มจุใจกันไป 3 วันเต็ม


แต่เราไปเที่ยวงานวันเสาร์ วันเดียว ไปเพื่อแข่งขันโดยเฉพาะ แข่งเสร็จก็ไปเดินห้างต่อ แหะๆ =..= ไม่ได้อยู่ดูโชว์ไรในงานเรย

ก็ที่มาเล่า...ก็อยากมาแชร์ประสบการณ์ ความทรงจำครั้งนึงในชีวิตเราเคยได้ทำไร....อย่างครั้งนี้เช่นกัน... คือตัวเราก็แทบไม่ค่อยทำกิจกรรมไรตั้งแต่สมัยเรียนมาแร่ ทำแต่งาน ชอบเก็บตัวอยู่เงียบๆ แต่พอแก่มา ก็เริ่มอยากปลดปล่อยทำไรที่เคยคิดไว้ แต่ไม่ลงมือทำจริงบ้างเสียที...ครั้งนี้เรยจัดปายยย

ตั้งแต่เริ่มเรียนเกาหลีที่ศูนย์มาเป็นเรื่องเป็นราว เราก็พยายามไปทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อสนับสนุนการเรียนของเราเอง อย่าง..สมัครสอบ TOPIK สมัครเต้น K-POP แต่ว่าดันเต้นไม่สำเร็จมีปัญหาสุขภาพขา เพราะเคยเดี้ยงมาก่อน เป็นอันต้องหยุด T_T แล้วก็เล่นกิจกรรมเล็กๆ ตามเพจชิงรางวัลนู้นนี่บ้าง แต่...ไม่ได้สักกะอัน! ล่าสุดลุ้นอยากได้หนังสือเรียนจากศูนย์เรียนที่เค้าแจก พอประกาศชื่อมาไม่มีช้านนนเรยย ฮือๆ

แล้วก็มาจนกระทั้งตัดสินใจลงแข่งประกวดคัดลายมือ...

ตอนนั้นเราส่งสมัครวันสุดท้าย พร้อมไฟล์ลายมือไปให้ จากนั้นผ่านไปหลายวัน ก็มีโทรศัพท์แจ้งให้เราไปเข้าร่วมแข่งขัน ก็ตื่นเต้นมากๆ ไม่เคยทำไรอย่างงี้มาก่อน แถมน้องที่เรียนเกาหลีด้วยกันก็ไปแข่งด้วย เรยมีเพื่อนไปร่วม ไม่โดดเดี่ยวแร่ช้าน ^^

วันแข่งวันนั้นเกือบไปไม่ทัน ตื่นสาย!!!! แต่เค้าเลื่อนเวลาลงทะเบียนต่อออกไป ก็เรยมีเวลาไปเข้าห้องน้ำ แล้วก็เดินหากาแฟดูดรองท้อง จากนั้นก็มาต่อคิวลงทะเบียน รอนานมาก พอลงทะเบียนเสร็จ เค้าก็มีแจกกระดาษมาให้ สำหรับใช้ตอนแข่ง มีกระดาษที่เป็นตาราง A4 กับ A3 แล้วก็กระดาษเปล่าให้เราฝึกก่อนแข่ง
กระดาษที่เตรียมให้ใช้แข่งขัน
สารภาพก่อนเรย ตอนที่ได้กระดาษมาเรากะน้องยืนงงๆกัน คือที่เราดูประกาศรับสมัคร เราเข้าใจว่าแข่งขันแยก คัดลายมือกะเขียนพู่กัน เราเข้าใจอย่างนั้น แต่พอวันจริงไม่ใช่อ่ะ เราต้องแข่ง 2 อย่าง อ้าววววว เครียดเรย เขียนพู่กันก็ไม่ค่อยจะเป็น เคยหัดแต่ไม่ได้เป็นจริงจัง แล้วจะเขียนยังงัย @..@?

เรากะน้องได้แข่งคิวที่ 2 เพราะมีที่นั่งแค่ 50 ที คนมาแข่ง 106 คน เราเรยไปยืนส่องรอบแรกแข่งก่อน จะได้เอาเป็นแนวทาง
แอบส่องรอบแรกแข่งก่อน ^^
เริ่มการแข่งของรอบแรก อันที่ 1 กรรมการให้โจทย์เขียนประโยคขึ้นมา ที่มีคำว่า ไทย เกาหลี อะไรก็ได้ลงในช่องตารางเหลี่ยมที่ให้มา ให้เวลา 10 นาที

จากนั้นให้เขียนด้วยลายมือสวยงาม ลงกระดาษ A3 รอบแรกนั้นเค้าให้เอาประโยคจากที่เขียนก่อนหน้ามาเขียน แต่ตอนรอบเราแข่ง กรรมการมีโจทย์ให้เขียนตาม อันนี้เราเขียนเอาตามอิสระเรยค่ะ จะใช้ไรเขียน พู่กันที่เอามาเองก็ได้ เขียนตามความถนัดให้สวยโดนใจกรรมการ เราใช้ปากกาเมจิหัวใหญ่ ที่เค้าแจกมานั่นแหล่ะเขียน เพราะไม่รู้จริงๆ ว่าต้องแข่งอันนี้ด้วย >..< ไม่งั้นจะไปฝึกใช้พู่กันมา ตอนยืนแอบดูรอบแรกแข่ง เห็นคนนึงเขียนสวยค่ะ แต่เสียดายเค้าไม่ได้รางวัล

หลังจากแข่งเสร็จ ก็รอกรรมการตรวจให้คะแนน เค้าจะประกาศเรย กรรมการนี่เป็นคนเกาหลีหมด นั่งตรวจอย่างไว อ่อ..มีคนนึง ตอนที่คนกำลังแข่ง เค้าลุกเดินดูผู้แข่งขันทุกคน ทุกรอบเรยค่ะ คงอยากเห็นว่าคนไทยให้ความสนใจภาษาเกาหลีแค่ไหน ฮี่ๆ

กรรมการกำลังตรวจผลงาน
เรายืนรอฟังประกาศผลกะน้อง คิดไว้แล้วค่ะ ไม่มีทางได้หรอก สักพักกรรมการ ก็ขึ้นมาประกาศพร้อมผลงานของผู้ชนะ ทั้ง 3 คน เฮ้อออออ อด....
โฉมหน้าผู้ชนะ รางวัลที่ 1 2 และ 3
เรากะน้องก็ยืนขำๆกันไป หลังจากรู้ผลแร่ ก็เรยแยกย้ายกันไปตามทาง เราก็กลับมาเดินเล่นในห้างต่อ แล้วก็กลับบ้าน

ทีจริงแอบเสียดายอยู่น่ะ รู้งี้ไปฝึกเขียนพู่กันไว้ดีกว่า แต่ไม่เป็นไร ถ้าครั้งหน้ามีโอกาสอาจจะลองสมัครอีกครั้ง

ถึงการประกวดนี้มันอาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่มากมายอาไร แต่สำหรับเรา มันทำให้เราได้กล้าลองทำอะไรดูบ้าง พอได้เริ่ม...มันก็จะได้มีครั้งต่อๆไปตามมา! ^^

[บันทึก] สอบ TOPIK 1 ครั้งแรก

ไปสอบ TOPIK 1 ครั้งแรกของเรามาเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 ต.ค. ก็พิมพ์บล็อกไว้ตั้งแต่หลังสอบเสร็จ แต่ว่าเพิ่งได้ฤกษ์มาโพสต์ ครบ 1 เดือนพอดี แหะๆ =..="

แต่ก็ไหนๆแร่ ขอเอามาโพสต์เล่าประสบการณ์สอบของตัวเองไว้ดีกว่า

>>สถานที่สอบ<<
ปีนี้เป็นครั้งแรก ที่มีศูนย์สอบหลายที่ กรุงเทพก็มี ม.จุฬา กับโรงเรียนหอวัง เราเลือกสอบที่ ม.จุฬา จัดสอบที่ คณะอักษรฯค่ะ การเดินทาง - เราไปลง BTS สยาม ออกฝั่งถนนอังรีดูนัง แล้วมาขึ้นมอไซต์ตรงถนนอังรีดูนัง คิด 20 บาท ถ้าไม่รีบเดินเรื่อยๆ ก็ได้ จะมาฝั่งถนนตรงข้ามมาบุญครองก็ได้ มาทางสามย่านก็ได้ คือมาได้หมดทุกทาง แต่อันแรกนี่เราประมวณผลแล้ว ว่าใกล้สุด สะดวกชั้นที่สุด เอาอันนี้แหล่ะ! ^^

>>ห้องสอบ<<
เราสอบตึกคณะอักษรฯ ชั้น 3 (ถ้าปีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง) ห้องใหญ่ค่ะ จุประมาณ 200 กว่าคน แอร์เย็นหนาวมากเบย จนน้ำมูกไหล น่าอายจุง =...=  โชคดีที่ใส่เสื้อแขนยาวไป ขนาดตอนนั้นมือก็ยังชา ลำโพงเสียงดังสุดๆ เปิดขึ้นมาทีแรกนี่ตกใจ ส่วนเสียงเทปฟังชัดอยู่ค่ะ ไม่แตก

- บนโต๊ะ เค้าแปะเลขที่ ชื่อของผู้สอบ แล้วก็มีซองสีน้ำตาล 1 ซอง กับปากกาเมจิกดำ 2 หัวอีก 1 ด้าม วางบนโต๊ะสอบ

- ซองน้ำตาลนี่ให้ใส่มือถือค่ะ คือต้องปิดเครื่องก่อนแล้วเอาใส่ซอง เขียนชื่อและเลขที่สอบ ปิดผนึกให้เรียบร้อย ทางผู้คุมสอบจะเดินเก็บลงกล่อง แล้วจะส่งคืนให้หลังสอบจบลงค่ะ ส่วนกระเป๋าที่นี่ให้วางใต้โต๊ะค่ะ ไม่ได้วางหน้าห้องสอบ

** ปากกาที่เตรียมไว้ให้ ใช้สำหรับทำข้อสอบเท่านั้น! ไม่ใช้ดินสอฝนคำตอบน่ะค่ะ**
หัวเล็กใช้เขียนชื่อ หัวใหญ่ใช้ฝนคำตอบ สามารถจดโน๊ตลงบนข้อสอบได้ ถ้าเกิดผิดให้ยกมือขึ้น ทางผู้คุมสอบจะเดินเอาเทปลบคำผิดไปให้ค่ะ  @..@

>>ก่อนเริ่มสอบ<<
หลังจากนั่งกันครบเรียบร้อย ผู้คุมสอบ ก็จะอธิบายขั้นตอนแต่แรกจนเริ่มสอบเรยค่ะ ทั้งภาษาเกาหลีทั้งไทย ว่าต้องทำอะไรบ้าง ใช้ปากกาที่เตรียมให้สอบน่ะ แล้วก็ใช้ยังงัย อธิบายหมด

>>ทำข้อสอบ<<
ช่วงแรกจะสอบข้อสอบฟังก่อน ทั้งหมด 30 ข้อ ผู้คุมจะเปิดเทปให้ฟัง เทปจะพูดซ้ำ 2 รอบ ต่อเนื่องจนจบ 30 ข้อ และข้อสอบจะเริ่มจากง่ายไล่ไปยาก จากบทสนทนาสั้นๆไปจนยาวพูดโต้ตอบกัน
พอฟังเสร็จ ก็ลงมือทำข้อสอบอ่านต่อได้เรยค่ะ มีทั้งหมด 40 ข้อ

**ลักษณะข้อสอบฟัง ก็จะมีประมาณว่า**
- ฟังแล้วตอบเรย เช่น ถาม..เป็นครูใช่มั้ยค่ะ? แบบนี้ต้องตอบ ใช่เป็นครู หรือ ไม่ใช่ ไม่ได้เป็นครู ตรงนี้ไม่ต้องคิดนาน
- บทสนทนาสั้นๆ ฟังแล้วเลือกหัวข้อที่ตรงกับบทสนทนา เช่น ถาม..ดูหนังกี่โมงดี?  คำตอบมีให้สถานที่มา เราก็เลือกสถานที่เกี่ยวกับหนัง ซึ่งก็คือ..โรงหนังนั่นเอง
- ข้อสอบรูปจะมีมาให้ 2 ข้อใหญ่ อันนี้จำได้แม่นเรย... ก็ข้อสอบจะมีรูปให้เลือก 4 ข้อ ให้ฟังบทสนทนาแล้วเลือกรูปที่ใช่ อันแรกผู้หญิงบอกผู้ชายอากาศร้อน ผู้หญิงเรยไปเปิดแอร์ แล้วผู้ชายปิดหน้าต่าง--ทีแรกนึกว่าผู้หญิงให้ผู้ชายไปเปิดแอร์ให้ มันมีรูปนั้นด้วย แต่พอฟังรอบสองได้ยินคำว่าหน้าต่าง แล้วมีภาพผู้ชายไปเปิดหน้าต่างอยู่อันนึง เรยเลือกข้อนี้ เกือบผิดแร่

อันต่อมา จะมีรูปผู้ชายให้เค้กผู้หญิง รูปกำลังนั่งกินเค้กด้วยกัน รูปกินเสร็จแล้ว รูปกำลังตัดเค้ก ข้อนี้เราฟังไม่ออก ทั้งสองรอบ แต่มาได้ยินตอนท้าย ว่า...주세요 ต้องอันนี้แน่ กำลังตัดเค้กให้ เพื่อนก็ยืนยันอีกเสียง เรยแบบถูกเว้ย... ดีใจมากกว่าสอบได้หมดทุกข้อเสียอีก ^^"

หลังจากคุยกะเพื่อน แล้วมั่นใจชั้นเลือกถูกทั้ง 2 ข้อแน่ๆ เป็นปลื้ม..^~^ ปกติสอบญี่ปุนก็จะมีข้อสอบแบบนี้เช่นกัน มีหลายข้ออีก ไม่เคยถูกหมด อย่างเก่งได้ 2 ข้อเท่านั้น กับไม่ได้เรย 555

- แล้วก็จะมีให้ฟังบทสนทนาพูดโต้ตอบกันยาวขึ้นอีก แล้วมาเลือกคำตอบที่สรุปประโยคได้ตรงกะบทสนทนาที่สุด! อันนี้มันยากสำหรับเราอ่ะ ชม.บินเรายังน้อยอยู่ เรยพ่ายแพ้ตั้งแต่เจอโจทย์แบบนี้ ตอบไม่ได้ซักอัน ศัพท์ก็ไม่รู้ ฟังไม่ออกอีก ฝนมั่วอย่างเดียว T^T เศร้า

หลังจากสอบฟังเสร็จ ก็ทำข้อสอบอ่านต่อเรยค่ะ มี 40 ข้อ

**ลักษณะข้อสอบอ่าน ก็จะประมาณว่า**
- เลือกคำศัพท์ให้ตรงกับโจทย์ถาม เช่น ฉันเป็นพนักงาน น้องเป็นหมอ...โจทย์ให้ศัพท์มา อาชีพ งานอดิเรก อากาศ...โจทย์พูดเกี่ยวกับงาน แน่นอนก็ต้องตอบอาชีพสิน่ะ
ไฮไลท์ - มันจะมีโจทย์ให้เลือกข้อที่ผิด คือ ถูกหมด 3 ข้อ อีกข้อนึงนี่เป็นข้อผิด **เราต้องตอบอันนี้ค่ะ** ระวังโดนหลอกน่ะ +..+ ทีแรกไม่รู้มาก่อนว่าจะมีโจทย์แบบนี้ ตอนไปลองติว 1 วัน ครูบอกพอดีเรยจำได้แม่น

ก็ข้อสอบที่สอบตอนนั้นจะมีให้อ่าน ชั้นต่างๆของตึก, ประกาศ, ตารางปฎิทิน เช่นตึกนี้แต่ละชั้นมีห้อง หรือร้านไรบ้าง เราก็ดูคำตอบว่า อันไหนบอกผิด อย่างร้านนี้มันอยู่ข้างล่าง แต่คำตอบบอกร้านนี้อยู่หน้าร้านนี้มันก็ผิด เราต้องเลือกอันนี้ (อย่าลืมว่าให้ตอบข้อผิด) ถ้าไปเลือกข้อถูกร้านนี้อยู่ข้างล่างก็กลายเป็นเราตอบผิดน่ะ ระวังโจทย์แบบนี้ด้วย ประมาณ 3-4 ข้อใหญ่ค่ะ

- เลือกคำศัพท์ หรือประโยคเหมาะสมในช่องว่างที่ให้มา
- ให้เรียงประโยค
- แล้วก็มีอ่านบทความสั้นๆ เลือกคำตอบที่ตรงกับเนื้อหา เริ่มยากขึ้นมา ก็อ่านเนื้อเรื่องแล้วดูคำตอบที่สรุปเป็นประโยคให้ตรงกับบทความ อันนี้ต้องรู้ศัพท์ แกรมเยอะๆ ถึงจะอ่านแปลออก

==แนะนำคนที่อยากจะเตรียมสอบครั้งหน้า==
- รู้ศัพท์เยอะๆ มากกว่า 1,000 คำน่าจะดี
- รู้แกรมม่าระดับต้นพอสมควร แล้วก็ใช้ให้ถูกด้วยน่ะเออ (บอกตัวเอง!)
- ฝึกฟังให้มากๆค่ะ ใครชอบดูซีรี่ห์ ฟังเพลงก็ทำต่อไปเหอะ ฝึกแปลมันได้ยิ่งดีค่ะ ที่เคยไปอ่านบล็อคคนอื่นๆ เค้าฝึกมากกว่าเราหลายเท่า เค้าถึงสอบผ่านได้คะแนนเกือบเต็มๆ แบบไม่ต้องสงสัย
- ฝึกอ่านเยอะๆ พวกอีเมล ป้ายประกาศ ข่าวตามเว็บ ข่าวศิลปินไอดอลเราก็ดี จะได้มีกำลังใจเยอะขึ้น 55
- ฝึกทำข้อสอบเก่าๆ หาโหลดฟรีๆมาฝึกทำย้อนหลังค่ะ แค่นี้เราก็ได้ศัพท์ ไวยากรณ์ แนวข้อสอบแร้ว จะได้ไม่ต้องไปเสียเงินติวตามคอร์ส

เทคนิคนิดหน่อย
- ข้อสอบฟัง ตอนที่เริ่มเปิดเทปให้ฟัง ช่วงแรกเทปก็จะอธิบายข้อสอบ เราจะพอมีเวลาตรงนี้ ให้รีบกวาดตาดูคำตอบที่โจทย์ให้มาก่อนเรย ดูให้ได้หลายๆข้อเท่าที่จะทำได้ พอโจทย์เริ่มเข้าคำถามปุ๊บ ครั้งที่ 1 เราก็ตอบปั๊บ พอฝนเสร็จก็มีเวลาไปส่องข้ออื่นๆต่อไป ในขณะที่โจทย์ยังพูดทวนซ้ำรอบ 2 อยู่
ยิ่งคำตอบที่เป็นประโยค ยิ่งต้องใช้เวลาคิดนานขึ้นมาอีก เราจะได้พอมีเวลาในการสรุปตัดสินใจบ้าง บางคนก็ลวนๆ ไปไม่ถูก พอคิดนาน โจทย์มันไปข้อต่อไปแล้ว ก็ต้องฝนมั่วๆเอา--พยายามลองฝึกทำข้อสอบแบบจับเวลาจริง จะได้ไม่ลนค่ะ (เราไม่ลนน่ะ แต่เราทำไม่ได้เรยแหล่ะ ปล่อยผ่านยาวๆ... 5555 อ่อนศัพท์เสมอๆ)
- ข้อสอบอ่าน เราก็ไม่มีอาไรจะแนะนำ นอกจาก ฝึกอ่านบทความยาวๆ กับท่องศัพท์เข้าไว้แค่นั้นแหล่ะ แล้วมันจะช่วยเราได้

ที่ไปสอบมาเราก็จำมาเท่าที่จำได้ประมาณนี้แหล่ะ ก็ตั้งแต่ช่วงกลางลงมาของข้อสอบฟังกะอ่านนี่ ส่วนใหญ่เราจะทำไม่ได้เรยค่ะ รู้ศัพท์น้อยแล้วก็ไม่ชินกะการอ่านกะฟังบทความ บทสนทนายาวๆ ยังจับใจความไรไม่ได้ ก็เรยฝนมั่วค่ะ ไม่อยากคาดหวังเยอะ แต่ถ้าผ่านกึบ 1 ได้นี่ก็เฮแล้วค่ะ ก็จะชื่นใจขึ้นบ้าง ว่าชั้นก็ยังทำได้ 555 ^^

หวังว่าประสบการณ์สอบ TOPIK 1 ครั้งแรกเรานี้ พอจะเป็นข้อมูลให้ได้บ้างน่ะค่ะ ถ้ามีเวลาจะมาเขียนบล็อกเรื่องเรียนเกาหลีต่อค่ะ





10.08.2558

เตรียมตัวสอบ TOPIK I ด้วยตัวเอง


กลับมาอัพเดตบล็อกต่อ... คราวนี้ขอโดดมาอัพเรื่องเตรียมสอบ TOPIK I ของตัวเองซะหน่อยดีกว่า...ก็ใกล้สอบแล้ว พอดีมีคนทักถามเรื่องสอบ TOPIK มาด้วย ก็เลยขอมาเขียนเล่าทิ้งไว้ เผื่อจะเป็นประโยชน์ไรได้บ้างสำหรับคนที่เตรียมตัวสอบเช่นกัน

--เกริ่นแนะนำก่อน-- การสอบนี้เป็นการสอบครั้งแรกของเราน่ะค่ะ แล้วก็เตรียมตัวสอบเอง ไม่ได้ไปลงคอร์สติวกะสถาบัน แต่ว่าครูที่สอนเราอยู่ แกใจดีให้ลองไปติวฟรีที่โรงเรียนของแกได้ เราก็เลยไปลองติวซักครั้งนึงแค่นั่น

เหตุที่มาสมัครสอบ คือเราได้รับโอกาสเรียนภาษาเกาหลีฟรี กับทางศูนย์ภาษาเกาหลี หลังจากเรียนมาซัก Class 2 เพื่อนๆที่เรียนด้วยกัน ก็ชักชวนให้ไปลองสอบ ตอนแรกก็ยังเฉยๆ แต่คิดอีกที ไหนๆก็เรียนมาแล้ว ถ้าสอบผ่านได้ใบเซอร์ติดตัวก็น่าจะดี ก็เลยตกลงไปสมัครสอบ

แล้วอีกอย่างปีนี้โชคดีมาก เป็นครั้งแรกที่เค้ารับสมัคร และจัดสอบในกรุงเทพด้วย ไม่ต้องกะเสือกกะสนไปสอบกันถึงมีนบุรี เราก็เรยเลือกสอบที่จุฬา เดินทางง่ายเบย ^^

>>สำหรับการเตรียมตัวสอบของเรา<<

1. อ่านทวนจากตำราเรียน - เรายึดตำราเรียนของศูนย์ที่ตัวเองเรียนอยู่อ่านเป็นหลักน่ะค่ะ ก่อนหน้าเราก็เฟ้นหาหนังสือทั้งไทยเกาหลี หาโหลดฟรีมาก็มี แต่พอสุดท้ายมันเยอะจนไม่รู้จะไปทางไหน สุดท้ายก็เรยตัดใจเอาหนังสือเรียนของเรานี่แหล่ะ

หลังเรียนจบแต่ละบท เราจะเอากลับมาทวนวนซ้ำไปมาเรื่อยๆ จนกว่าจะเข้าใจ และจำได้ จากนั้นก็จะทำสรุปออกมาไว้มาเปิดดูทบทวนภายหลังอีกที

ที่ศูนย์ใช้ตำราเรียน 열린 한국어 (copy)

แต่ถึงอย่างนั้นตำราที่เรียนอยู่ เราเองก็รู้สึกว่ามันยังไม่พอ ไม่มีอธิบายเนื้อหามากนัก แถมเป็นภาษาเกาหลีล้วนอีก ก็เรยต้องมีหาอ่านเสริมเอาจากที่อื่นมาบ้าง ที่เราเลือกมาใช้ตอนนี้ ก็มีหนังสือเรียนภาษาเกาหลีของม.ราม กะหนังสือไวยากรณ์เกาหลี ระดับต้น ของ สสท. 2 ชุดนี้ ก็ช่วยเราได้เยอะค่ะ พอเรียนแล้วครูอธิบายไม่เข้าใจ ก็จะมาเปิดของ สสท. อ่านอ้างอิงเสริมอีกที ส่วนของรามเอาไว้อ่านปูพื้นแบบค่อยเป็นค่อยไป 
หนังสือ "ไวยากรณ์เกาหลี ระดับต้น" ของสสท.
เราว่าเล่มนี้ดีมากน่ะ ^^b สรุปอธิบายแกรมม่าไว้อย่างกระชับ 
แล้วก็มีตัวอย่างให้ดูด้วย ใช้อ้างอิงก็ดี เล่มก็เล็กเบาพกง่าย 
เราใช้เล่มนี้เปิดค้นแกรมม่า อ่านเสริม แล้วก็ทวนเตรียมสอบไปด้วยเรย
หัวข้อไหนอ่านแล้ว เราจะ Mark ไว้จะได้รู้ว่าอันไหนยังไม่อ่าน 
ก็จะมาทยอยอ่านเก็บตาม

หนังสือเรียน ภาษาเกาหลี ของ ม.ราม มีทั้งหมด 4 ชุด หนังสือ+บฝ.
ซื้อเก็บไว้หมดแร่ แต่ยังอ่านเล่ม 1 ไม่จบเรยค่ะ =..="
ของม.ราม อ่านง่ายค่อยเป็นค่อยไปดีเป็นการปูพื้นฐาน เหมาะกะคนเรียนเอง 
แต่เสียดายไม่มี CD

1.1 หนังสือเตรียมสอบ TOPIK - พอดีดูแนะนำมาจากยูทูป ก็สนใจเล่มนี้ เรยสั่งซื้อมา แต่ว่าฉบับจริงหมด เรยขอซื้อ Copy มาแทน แถมตอนนั้นก็ไม่ได้ถามรายละเอียดเค้าว่าหนังสือมีภาษาอังกฤษอธิบายมั้ย พอซื้อมาก็ตกใจหนังสืออธิบายเป็นเกาหลีหม้ดดด มีแต่ศัพท์ที่แปลเป็นอังกฤษให้ แม้แต่อธิบายเฉลย ก็ยังเป็นภาษาเกาหลี ตายแร่....ช้านจะอ่านเข้าใจม้ายยย ㅜ..ㅜ"

--เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ -- ก็จะประมาณอธิบายเกี่ยวกับการสอบ เนื้อหาแนวข้อสอบเป็นลักษณะยังงัย มีสรุปแกรมม่า ศัพท์ที่ควรรู้ มีแนวข้อสอบให้ฝึกทำ 2 ชุด พร้อมเฉลย จะว่าไปหนังสือก็ดีอยู่ เคยเสริจเจอบางสถาบันก็ใช้เล่มนี้ติวสอบด้วย แต่ก็หนักใจตรงที่มันเกาหลีหม้ดดนี่แหล่ะ เค้ายังเรียนระต้นอยู่น่ะ!  เง้อออ =..= 

แต่ถ้าใครไม่มีหรือหาซื้อหนังสือไม่ได้ก็ไม่ต้องคิดมาก เพราะราคาก็ไม่ใช่ถูกๆ ต้องสั่งพรีกันมาอีก ถ้าขยันไปเสริจหาก็มีเว็บไซต์หลายแหล่งมากมายที่ใจดีมีแนะนำเกี่ยวกับ Topik อยู่เยอะ มีสอนติวในยูทูปอีก แถมยังมีให้โหลดแกรมม่า ศัพท์มาอ่าน มาท่อง รวมทั้งข้อสอบเก่าๆมาฝึกทำได้ฟรีๆอีก เราได้แปะลิงค์ไว้ข้างล่างแร่
หนังสือเตรียมสอบ TOPIK ของ EBS (copy)

2. ฝึกทำข้อสอบย้อนหลัง - ยิ่งฝึกมากๆ ก็ยิ่งจับทางได้ แถมได้เพิ่มคลังศัพท์ ไวยากรณ์ที่เจอมาด้วยอีกต่างหาก 

เราเองก็ลองโหลดข้อสอบเก่าๆมาลองทำ ทำไปได้ไม่เท่าไหร่ถึงกะต้องเบรก มันทำไม่ค่อยได้เรย จากที่ทั้งฟังทั้งดู คือรู้ตัวเรยว่าอ่อนศัพท์อย่างแรงมั๊กๆ >~< ก็คิดว่าถ้าเราได้ศัพท์เยอะๆ นี่ก็น่าจะทำข้อสอบทั้งฟัง อ่านได้แน่ๆ เพราะฉะนั้น ต้องได้ศัพท์ให้มากๆเข้าไว้

3. ท่องศัพท์ - ได้ศัพท์มากๆก็ยิ่งดี จะฟังจะอ่านก็จับใจความได้ ถึงแกรมม่าจะไม่รู้ เห็นศัพท์ก็ยังพอเดาๆได้
 
หนังสือ ดูภาพ เรียนเกาหลีง่ายอย่างนี้เอง ของนานมีบุ๊ค
เล่มนี้ศัพท์แทบจะครอบคลุมที่ใช้ในชีวิตประจำวันทุกด้าน
ขนาดศัพท์เกี่ยวกับศิลปินนักร้องก็มี ทันสมัยสุดๆ ^^
มี CD ให้ฟังออกเสียงด้วย มีประโยชน์มั๊กๆ

4. ฝึกฟัง - ข้อสอบฟังเค้ามีตั้ง 30 ข้อ ตั้งแต่ถามตอบสั้นๆ ง่ายๆ จนเป็นบทสนทนาโต้ตอบกัน แล้วเราต้องสรุปเรื่องว่ามันเกี่ยวกับอะไร ต้องฝึกฟังบ่อยๆ แล้วหัดจับใจความให้ได้ 

ตอนที่ลองฟังข้อสอบเก่า เราว่าข้อสอบฟังนี่ออกเสียงช้า พอฟังออกอยู่  แถมพูดซ้ำอีกรอบด้วย ยิ่งแม่นศัพท์นี่ก็แปลตอบได้แน่ๆ ทำให้นึกถึงข้อสอบ N5 ของญี่ปุ่น ที่ข้อสอบฟังยังเร็วและยากกว่าอีก แถมฟังได้ครั้งเดียวอีกต่างหาก ถ้าใครชอบดูซีรี่ห์ ฟังเพลงเยอะๆ น่าจะทำข้อสอบได้ชิวๆ ^^

สำหรับการเตรียมตัวสอบของเราก็มีประมาณนี้แหล่ะ ไม่ได้มีไรพิเศษมาก ออกจะรวบรัดเรยดีกว่า มันเตรียมตัวไม่ทันแล้วด้วยงัย เฮ่อๆ  แถมตอนนี้ก็ยังเรียนไม่จบระดับต้นอีก แต่ก็จะพยายามอ่านหนังสือเตรียมตัวล่วงหน้าไว้เท่าที่จะทำได้

ใครที่กำลังเตรียมตัวสอบแบบเรา ก็ให้โชคดี สอบผ่านกันทุกคน 화이팅  ^_^

แนะนำเว็บไซต์ สำหรับเตรียมตัวสอบ TOPIK

- www.topikguide.com  ไซต์นี้แนะนำเกี่ยวกับเตรียมสอบ TOPIK แล้วก็ยังให้ดาว์นโหลดข้อสอบเก่าๆ มาฝึกทำได้ค่ะ
- http://keytokorean.com/ เว็บนี้มีสรุปแกรมม่า และศัพท์ให้โหลดไปท่องเตรียมสอบ
- http://www.naver.com/ อันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับ TOPIK แต่ก็ช่วยฝึกเราเรื่องอ่านได้ เนื้อหาเหมือนกับเว็บ sanook ที่อยากแนะนำอีกอัน คือ ให้โหลด App ดิกของ naver มาใช้มันดีอ่ะ มีภาษาไทยด้วย ไม่ต้องเสียเงินซื้อดิก แนะนำให้ใช้ดูค่ะ ^^b
- EBSTOPIK ไซต์สำหรับฝึกฟัง มีคลิปเสียงให้ฟัง เหมือนเป็นการบรรยายให้คำแนะนำในการทำข้อสอบฟังประมาณนั้น ก็ลองฟังไปได้แค่ 2 คลิปเอง เราว่ามีประโยชน์ดีค่ะ อีกอย่างเป็นภาคภาษาไทยด้วย มีอยู่ประมาณ 39 คลิป



2.02.2558

หนังสือที่ใช้อ่านสอบ N5

เฮ้อ...เดือน ก.พ.แร่ ไวจิง =_= ปีนี้เราวางแผนไว้ว่า จะเริ่มต้นเรียนญี่ปุ่นใหม่หมดแบบจิงจังซะที เอาให้ถึงชั้นกลางไปสอบ N4-N3 เบื่อตัวเองเหลือเกิ้นที่อ่านวนเวียนแต่มินนะเล่มหนึ่งนี่แหละยังไม่ไปถึงไหนเรย!!!!!  =..=

จากบทความที่แล้ว ที่เราเขียนเรื่องไปสอบ N5 แล้วเราแปะรูปกองหนังสือทิ้งท้ายไว้ ว่าอยากเอามาแชร์ว่าเราใช้หนังสืออะไรบ้างอ่านเตรียมสอบ (ที่จริงพิมพ์บล็อคนี้ไว้ตั้งแต่หลังสอบเสร็จแร่ แต่เพิ่งเอามาโพสต์หลังผลออก เฮ่อๆ =..=")


รูปกองหนังสือข้างบนนี้ ที่เราคัดเลือกไว้แต่แรกแล้วว่าจะใช้อ่านเตรียมตัวสอบ ทั้งหมดนี่เป็นหนังสือของ สสท.เกือบจาหม้ด นอกนั้นแล้วก็มีตย.ข้อสอบ คำศัพท์ คันจิที่เราปริ้นมาจากในเน็ต ก็ตั้งใจจะอ่าน....แต่ว่า!!!!!! 
.......
.......
เอาเข้าจริงก็เหลืออยู่แค่นี้!!!! ×...×

ที่สำคัญคืออ่านไม่จบซักเล่มอีกต่างหาก เอิ่ม...ก็ยังไปสอบ ㅇ_ㅇ!

แนะนำ เล่มแรกเรยหล่ะกัน

1.  みんな の 日本語 1 (จัดพิมพ์โดย สสท.) เราว่าใครที่เรียนญี่ปุ่นแทบจาทุกคนต้องรู้จักหนังสือซีรี่ย์นี้อย่างแน่นอน ฟันเฟริม! เราคงไม่ต้องพูดถึงมาก ถ้าเรียนจบซีรี่ย์นี้ทั้ง 4 เล่มก็เท่ากะจบชั้นต้นได้แร่ เนื้อหาที่สอนค่อยเป็นค่อยไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เป็นหนังสือที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

>>>เท่าที่หาข้อมูลมา ส่วนใหญ่จะบอกว่าต้องเรียนจบเล่ม 2 (ไทย) หรือ บทที่ 1-25 ถึงจะมีความรู้พอสอบ N5 ได้ [ความจริง ยังอ่านเล่ม 1 ไม่จบเร้ยยย เฮ่อๆๆ ㅡ.. ㅡ" ]

2.  TRY! เตรียมสอบวัดระดับ N5 (จัดพิมพ์โดย สสท.) เล่มนี้เราขอกรี้ดๆๆๆ หน่อยน่ะค่ะ >..< ไม่ใช่อาไรหรอกค่ะ คืออยากได้มันมาก เราเคยไปเห็นต้นฉบับญี่ปุ่นมา แล้วไม่รู้ทำไมมันถูกชะตาเหลือเกินอยากได้มากค่ะ แต่ก็ไม่ซื้อเสียที คือเสียดายเงินกลัวไม่อ่าน ตอนนั้นคิดในใจว่าอยากให้ สสท.แปลออกมาขายมาก... และฝันก็เป็นจริง สสท.ตีพิมพ์วางขายแล้ว! หลังจากสมัครสอบ เราก็รีบไปซื้อหนังสือมาเรยทันที

เนื้อหาในหนังสือ ก็เป็นการสรุปทวนไวยากรณ์ครอบคลุม ในระดับ N5 ซึ่งผ่านบทสนทนาที่เป็นเรื่องราวต่อเนื่องเป็นบทๆไป เช่นเรียนบทที่ 2 เรื่องร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า บทสนทนาเกี่ยวกับสอบถามราคาพจนานุกรมไฟฟ้า เนื้อหาไวยากรณ์ก็จะยกมาพูดถึง เรื่อง คำคุณศัพท์ ราคา คำลักษณะนาม ประมาณนั้น พอไปบทต่อไป ก็เริ่มบทสนทนาพูดคุยกะเพื่อน เรื่องไปซื้อพจนานุกรมมาเรื่องราวก็ต่อเนื่องกันไปค่ะ แล้วก็จะมีแบบฝึกความเข้าใจให้ทำตามไป ท้ายบทมีแบบฝึกแนวข้อสอบให้ลองทำ มีแบบฝึกฟังด้วย 

สำหรับส่วนตัว เราค่อนข้างชอบหนังสือเรียนแบบนี้ค่ะ ม้นจะทำให้เราจำได้อย่างเข้าใจ ลืมยาก..ดีกว่าให้อ่านไวยากรณ์ ท่องกฏล้วนๆ ต่อให้มีตย.เราจำได้แป๊บๆก็ลืมหมดค่ะ 
ตอนที่เราอ่านเล่มนี้ก็อ่านไปไม่กี่บทเองค่ะ ลองทำแบบฝึกดูก็พอทำได้ รู้สึกว่าเราอ่านเองก็พอเข้าใจอยู่น่ะ

เป็นหนังสือที่น่าติดตู้ไว้ เหมาะกะคนที่อยากทบทวนทั้งไวยากรณ์ การฟัง แนวข้อสอบ ไปพร้อมกัน คือมันต้องอ่านไล่ตามบทไปแล้วฝึกทำแบบฝึกไปด้วย มันจะค่อยๆซึม แล้วจะจับทิศทางข้อสอบได้

>>> เหมาะกะคนมีเวลาไม่มาก เราอ่านเล่มนี้ตอนก่อนวันสอบ 3-4 วันเองค่ะ อ่านก็ไม่จบอีก..ก็มีเจอไวยากรณ์ คำศัพท์ที่อ่านออกสอบด้วยนะ อ่อตอนท้ายมีตย.ชุดข้อสอบให้ลองฝึกทำด้วยค่ะ

☆เล่มนี้สามารถปริ้นศัพท์จากเว็บที่ประกอบหนังสือเล่มนี้มาศึกษาเพิ่มเติมได้ค่ะ ที่เว็บนี้ http://www.ask-books.com/jlpt-try/ มีครบทุกระดับค่ะ แปลเป็นอังกฤษ เราเองก็ปริ้นออกมาดู แต่เอาเข้าจิงก็ไม่ได้ดูเรย ปริ้นเพื่อ... ㅡ ㅡ"

3.  แนวข้อสอบวัดระดับ ภาษาญี่ปุ่น N5 (จัดพิมพ์โดย สสท.) ☆เล่มนี้ตรงประเด็นค่ะ แนวข้อสอบ ก็จะมีแต่แนวข้อสอบให้ฝึกทำถึง 3 ชุดค่ะ เพื่อเตรียมพร้อมก่อนไปเจอสอบจริง เราทำได้ไม่จบชุดหนึ่งเรยค่ะ เพราะไม่ทันแล้วงัย แต่ลองดูเฉลยก็ร้สึกว่าตัวเองน่าจะทำข้อสอบได้น่ะ! @_@? ก็ห็นถูกเยอะนิ๊ แต่พอไปสอบจริง ชักไม่มั่นใจซะแหล่ว

>>>ถ้าใครอ่านเองอย่างเรา ไม่ได้ไปติวที่ไหน เราว่าควรมีเล่มนี้ติดไว้อ่านเถอะ จะได้รู้แนวข้อสอบรูปแบบข้อสอบ 

☆☆หรือเข้าไปโหลดตัวอย่างข้อสอบ ของเจ้าของผู้จัดสอบโดยตรงที่นี่เรย ถ้าไม่อยากเสียเงินซื้อทั้งไทยทั้งญี่ปุ่น http://www.jlpt.jp/e/samples/sample12.html

แต่ถ้าใครอยากได้ข้อสอบเป็นเล่มญี่ปุ่นตามรูปด้านล่างนี้ ที่ kinokuniya อิเซตัน เคยมีขาย แต่ก็หมดไวอีก ถ้าสนใจต้องไปเช็คดูบ่อยๆ ราคาราวๆ 300 กว่าบาท (จำไม่ได้อ่ะ =..=)



จบแล้วค่ะ สำหรับการแนะนำหนังสืออ่านเตรียมสอบ N5 ของเรา

☆เป้าหมายต่อไปของเรา อยากลองสอบ N4 ต่อดูค่ะ เราจะพยายามอ่านหนังสือให้มากกว่านี้ แต่ที่จริงเราอยากใช้ภาษาญี่ปุ่นขั้นสูงขึ้นไปในชีวิตประจำวันให้ได้มากกว่า ที่สอบเราก็อยากมีอาไรเป็นเครื่องรับประกันความสามารถของเราเองด้วย แล้วก็เพื่อดูพัฒนาการของตัวเราเองด้วยว่าเราทำได้แค่ไหนกัน

×××ทิ้งท้าย×××
ขอแปะอวดกันนิดนึง

เช็คผลสอบจากในเน็ตเมื่อสามวันก่อน แทบไม่อยากจะเชื่อตัวเองเหมือนกัน ว่าจะสอบผ่านได้!! ผ่านแบบฉิวเฉียด >..< มว๊าก (จะดีใจหรือเสียใจดี มันก็มั่วเยอะอยู่น่ะ ㅜ..ㅜ) แต่มันก็ทำให้เรารู้สึกภาคภูมิใจ กะความสำเร็จอันเล็กน้อยด้วยความพยาพยามของตัวเราเอง 

สู้ๆกันต่อไปน่ะ...... @^_^@